หากท่านเดินทางไปเที่ยว ชายหาดชะอำ หรือ หัวหิน โดยเฉพาะเดินทาง โดยรถยนต์แล้ว

เชื่อว่า หลายท่าน จะต้องผ่าน เขาวัง ที่ จ.เพชรบุรี เป็นแน่แท้

หลายท่านอาจจะยังไม่เคยขึ้นไปเที่ยว เขาวัง เลยอยากแนะนำ หากมีเวลา แวะ ไปเยี่ยมชม สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งนี้

อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี

อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี

พระนครคีรี

พระนครคีรี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เขาวัง นั้นเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ใหัสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2402 บนยอด เขาสมน (สะ – หมน) หรือเขาสมณ (สะ- มะ-นะ) พระราชทานนามว่า เขามหาสวรรด์ โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยางศ์) แสะผู้ทำหน้าที่นายงานก่อ สร้างคือ พระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ้ (ท้วม บุนนาค)

พระนครคีรีเป็นพระราชวังแห่งแรกของไทยที่สร้าง ขึ้นบนยอดเขา และที่พิเศษ คือ เป็นยอดเขาสามยอด ติดต่อกัน

การเดินทาง                                                                                                                       

  • สายใต้ลงสถานีรถไฟเพชรบุรี
  •  กรุงเทพฯ – เพชรบุรี
  • ถนนเพชรเกษม ด้านหน้าเดินขึ้นบันได หรือรถรางไฟฟ้าต้านหลังเขาวัง

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี โทร (032) 401-006, 032-425600 ทุกวันไปเว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์

 

เขาวัง เพชรบุรี

 

อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี

ยอดเขาทางทิศตะวันออก

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างวัดประจำพระราชวัง คือ วัดพระแก้ว หรือ วัดพระแก้วน้อย โดยจำลองแบบมาจากวัดพระแก้วที่พระบรมมหาราชวังกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วยโบราณสถานที่สำคัญ คือ

พระอุโบสถ ขนาดเล็กย่อส่วน อาคารทรงไทย ก่ออิฐ ถือปูน ผนังพระอุโบสถประดับด้วยหินอ่อน หลังคามุงกระเบื้องสี ใบระกา ช่อฟ้า บราลี ประดับกระจกฝีมือช่างหลวง หน้าบันปูน ปั้นเป็นตราประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ "ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ’’ ปัจจุบันได้เก็บรักษาอยู่ที่ส่วน ประชาสัมพันธ์ของพิพิธภัณฑ์ ฯ

พระอุโบสถ วัดพระแก้ว

พระอุโบสถ วัดพระแก้ว

phranakhonkhiri_phetburi_142

พระสุทธเสลเจดีย์ ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถเป็นเจดีย์ ทรงกลม เนื้อหินสีเทาอมเขียว ในการทำเจดีย์องค์นี้ได้สลักหิน ประกอบเป็นองค์เจดีย์สำเร็จขึ้นที่เกาะสีชังแล้วถอดเป็นชิ้นขน โดยเรือมาเพชรบุรีเพื่อมาประกอบที่วัดพระแก้ว

พระสุทธเสลเจดีย์

พระสุทธเสลเจดีย์

ศาลาและพระปรางค์แดง อยู่ด้านหน้าตรงข้ามกับหอ ระฆังและพระอุโบสถ สร้างเป็นศาลาทรงโปร่งเล็กๆ 3 หลัง พระ ปรางค์แดงนั้นทาสีแดงทั้งองค์ชาวบ้านจึงเรียกว่า พระปรางค์แดง เป็นปรางค์โปร่งทั้งองค์ ผิดไปจากปรางค์ทั่วไปที่จะสร้างโปร่ง เฉพาะส่วนล่างและส่วนบนทึบ

พระปรางค์แดง

พระปรางค์แดง

หอระฆัง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงสี่เหลี่ยมย่อมุม ขนาดเล็ก

หอระฆัง

หอระฆัง

ยอดเขาตรงกลาง

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์องค์ใหม่ครอบเจดีย์องค์เดิมที่ชำรุดทรุดโทรม ซึ่งมีมาแต่เดิมก่อนการสร้างพระราชวัง โดยสร้างเป็นเจดีย์ ทรงลังกาขนาดใหญ่ ภายในพระธาตุทำฐานกลวงเป็นห้องกลมมีเสาขนาดใหญ่รองรับนํ้าหนักอยู่ตรงกลางฐานกลม 2 ชั้น ฐานชั้นบนมีทางขึ้นสำหรับไปสู่ลานประทักษิณชั้นบนได้ รอบๆ ฐานจะมีซุ้มสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป อีกทั้ง ยังโปรดเกล้าฯให้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายในองค์ เจดีย์ด้วย พระราชทานนามว่า “เจดีย์พระราตุจอมเพชร”

เจดีย์พระธาตุจอมเพชร

เจดีย์พระธาตุจอมเพชร

 

ยอดเขาทางทิศตะวันตก

เป็นที่ตั้งของหมู่พระมหามณเฑียรสถานและพระที่นั่งต่างๆ ปัจจุบันพระที่นั่งบางองค์ได้รับการปรับปรุงเป็นอาคารจัดแสดง ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ที่สำคัญ คือ

พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นพระที่นั่งประซานของหมู่ พระที่นั่งต่างๆ ก่อสร้างเป็นแบบสถาปัตยกรรมยุโรปผสมกับ สถาปัตยกรรมไทยและจีน เดิมในสมัยรัชกาลที่ 4 ใช้เป็นท้องพระ โรงสำหรับออกขุนนาง ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงแก้ไขดัดแปลงให้เป็นที่รบแขก บ้านแขกเมือง ประกอบไปด้วย ห้องเสวยพระกระยาหาร ห้อง ทรงพระสำราญ ห้องพระสุธารสขา ห้องบรรทม ห้องสรง และ ห้องแต่งพระองค์

พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ จากประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 25 กล่าวว่า “พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์เป็นที่ประทับ” ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น แบบเก๋งจีนเชื่อมต่อกับพระที่นั่งเพชร ภูมิไพโรจน์ ชั้นบนแบ่งเป็นห้องๆ คือ ห้องบรรทม และห้องทรง พระอักษร

phranakhonkhiri_phetburi_162

พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทยอด ปรางค์แบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 4 ลักษณะเป็นปราสาท จัตุรมุข ยอดปรางค์ 5 ยอด โดยมีปรางค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง ที่มุมทั้งสี่เป็นปรางค์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนฐานสูงข้อน 3 ชั้น แต่ละชั้นมีระเบียงแก้วโดยรอบ ระเบียงชั้นบนสุดมีโดมโปร่งอยู่ที่มุมทั้งสี่ตัวปราสาทตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ภายในประดิษฐานพระ บรมรูปหล่อสำริดของรัชกาลที่ 4 ทรงฉลองพระองค์ตามแบบ พระราชดำริขึ้นใหม่ คือ ทรงสวมพระมาลาสก๊อต พระหัตถ์ขวา ทรงพระแสงดาบ พระหัตถ์ซ้ายทรงสมุดหนังสือ ประทับยืนกาย ใต้นพปฎลเศวตฉัตร

พระที่นั่งราชธรรมสภา

เป็นพระที่นั่งขั้นเดียวยาว หลังคาแบบเก๋งจีน เป็นแบบศิลป์ ที่ผสมกันระหว่างศิลปะยุโรป จีน และไทย พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็น ที่ประขุมสาธยายธรรมในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นสถานที่ประขุม ส่วนพระองค์ แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ดัดแปลงเป็นห้องเสวย สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่ตามเสด็จ

phranakhonkhiri_phetburi_092

 หอชัชวาลเวียงชัย หรือ หอดูดาว สร้างเป็นรูปโดม ลักษณะคล้ายกระโจมแก้ว มีบันไดวนขึ้นชั้นบน ชั้นบนรอบนอก เป็นระเบียงมีลูกกรงโดยรอบ ลูกกรงทำด้วยกระเบื้องเคลือบสี เขียวจากประเทศจีน หลังคาทำเป็นรูปโค้งมุงด้วยกระจกโค้ง ภายในโดมห้อยโคมไฟ ในสมัยก้อนชาวประมงได้อาศัยแสงไฟจาก กระโจมแก้วนี้นำทางเข้าสู่อ่าวบ้านแหลมตอนกลางคืน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเชี่ยวชาญ ทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ กระโจมแก้วจึงเป็นสถานที่ สำหรับส่องกล้องทอดพระเนตรดวงดาวต่างๆ ที่พระองค์ทรงมี พระปรีชาสามารถยิ่ง

หอชัชวาลเวียงชัย (ในภาพเป็นแบบจำลอง)

หอชัชวาลเวียงชัย (ในภาพเป็นแบบจำลอง)

หอพิมานเพชรมเหศวร หอนี้ตั้งอยู่หน้าพระที่นั่งเพชรภูมิ ไพโรจน์ เป็นหมู่อาคารเล็กๆ 3 หลัง อาคารขนาดใหญ่ตรงกลาง มีแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ภายในและกั้นเป็นห้อง กล่าวกัน ว่าเป็นห้องทรงศีลของรัชกาลที่ 4 หอริมขวามือเป็นศาลเทพารักษ์ หรือศาลพระภูมิเจ้าที่ หอริมซ้ายเป็นที่ประโคมลังคีต

หอพิมานเพชรมเหศวร์

หอพิมานเพชรมเหศวร์

โรงมหรสพหรือโรงโขน อยู่ติดกับพระตำหนักสันถาคาร- สถาน มีเวทีเป็นรูปอัฒจันทร์ มีประตูสองข้างฉาก ฉากหลังเป็นที่ แต่งตัว หน้าเวทีเป็นลานดิน

พระตำหนักสันถาคารสถาน เป็นที่ประทับของเจ้านาย ฝ่ายใน เป็นอาคาร 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน หลังคาโครงสร้างไม้มุง กระเบื้องดินเผาแบบจีน มีห้องรับแขกอยู่ตรงกลาง สองข้างเป็น ห้องนอน มีมุขหน้ายื่นออกไป

นอกจากนี้ บนพระนครคีรี ยังมีโบราณสถานอีกมากมาย ที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวชมและอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นโรงสูทกรรม หรือโรงครัว ศาลาลูกขุน โรงรถโรงม้า ป้อมปราการที่แต่ละป้อม จะมีชื่อคล้องจองกัน

ครัวหลวง

ครัวหลวง

การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี

                ในปี พ.ศ. 2478 กรมศิลปากร ได้ สำรวจและประกาศขึ้นทะเบียนพระนครคีรีเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 52 ตอนที่ 78 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 และในปี พ.ศ.2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จขึ้น ทอดพระเนตรอาคารต่างๆ ทรงเห็นควาน ชำรุดทรุดโทรมของอาคาร จึงทรงมีพระราชปรารภโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะซ่อมแซมอาคารต่างๆ และเมื่อได้รับ การบูรณปฏิสังขรณ์แล้ว จึงได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ พระนครคีรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2522 เป็น พิพิธภัณฑ์ประเภทแหล่งอนุสรณ์สถาน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี

ศิลป์โบราณวัตถุที่จัดแสดงอยู่ในห้องจัดแสดงแต่เดิมนั้นได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่อื่นยกเว้นเครื่องราชูปโภคบางนั้นนี่จังคง วางทิ้งในสภาพชำรุดหักพัง กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมอาคาร และนำเครื่องราชูปโภคทิ้งหมดที่ได้รับมอบกลับคืนมาจากลำนักพระราชวัง และกระทรวงมหาดไทย นำมาขึ้น ทะเบียนเป็นโบราณวัตตุ ซ่อมแซมและนำออกจัดแสดงภายใน พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหศวรรย์ โดย นำออกจัดแสดงให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงกับยุคลมัยเดิมให้มากที่สุด

                ต่อมา รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นโครงการ อุทยานประวัติคาสตร์ พระนครคีรี เพื่อเฉลิมฉลอง และเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 60 พรรษา และเนื่องในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในวโรกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2532

        ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีและพิพิธ- ภัณฑสถานแห่ง'ชาติพระนครคีรี เปิดบริการทุกวัน

ตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 16.00 น.

อัตราค่าเข้าชมชาวไทยคนละ 20 บาท ขาวต่างประเทศคนละ 40 บาท ยกเว้น พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ และแขกของทางราชการ

พระนครคีรี จ.เพชรบุรี

พระนครคีรี จ.เพชรบุรี