กลิ่นอายเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาหลังจากที่การเดินเท้าเริ่มเข้าสู่พื้นที่อันเป็นเป้าหมายอย่าง “น้ำตกละอู” มากขึ้น เสียงม่านน้ำที่เทลงมากระทบกับโขดหินเบื้องล่าง อึงคะนึงไปทั่วทั้งป่า ความหอมแบบบริสุทธิ์ตามแบบฉบับธรรมชาติลอยหวลมาเตะจมูกเป็นระลอก ท่ามกลางความสวยงามของแก่งหินและสีเขียวของแมกไม้ ชั้นหินที่ลดหลั่นกันลงมาตามแนวที่ดูไม่สูงมากนัก ให้บรรยากาศแบบบางเบา ชุ่มช่ำไปด้วยไอเย็นในทุกอณูผิว ขณะเดียวกันกับสายน้ำที่ไหลพรั่งพรูลงมาอย่างไม่ขาดสาย นักเดินทางคนไหนสนใจก็สามารถเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้กันได้ตลอดทุกฤดูกาล มั่นใจได้ว่าจะได้ชื่นชมกับม่านน้ำเล็กๆ ที่ไหลเรียงมาตามชั้นหินทุกครั้งอย่างไม่ผิดหวัง

น้ำตกป่าละอู_2

กลิ่นอายของน้ำตก กับโอบกอดของป่าเขียว

สำหรับน้ำตกแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆ ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงาม โดดเด่นด้วยลักษณะชั้นที่ลดหลั่นกันมาแบบไม่สูงมากนัก เหมาะกับการที่นักท่องเที่ยวจะได้ลงไปนั่งเล่นอยู่ตามโขดหิน เอากายสัมผัสกับสายน้ำใสๆ ที่เย็นฉ่ำให้ไหลผ่านไป ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วผืนป่า ทำให้เสียงกังวาลของใบไม้ที่เสียดสีกันบรรเลงเป็นลำนำร่วมกับเสียงสายน้ำอย่างไพเราะ

ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองมาถึงแค่ 60 กิโลเมตร (อยู่ไม่ไกลจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.3) ความสูงที่เราจะได้สัมผัสมีด้วยกันทั้งหมด 15 ชั้น สำหรับใครที่อยากลงเล่นน้ำกันเป็นหลัก ก็แนะนำให้ลงเล่นกันไม่เกินชั้นที่สาม ส่วนใครอยากสัมผัสความงดงามของป่ากันให้ลึกมากขึ้น ก็สามารถเดินเท้าขึ้นไปตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จัดการรองรับเอาไว้ให้

บริเวณชั้นเจ็ดมักจะเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนรักป่า บริเวณนี้สวยงามด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่เรียกได้ว่าเงียบสงบกันแบบจริงๆ อีกทั้งยังมีจุดเด่นเป็นแอ่งน้ำ รายล้อมอยู่ด้วยโขดหิน มีพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงพอที่จะใช้เป็นแหล่งน้ำของสัตว์ต่างๆ ให้ลงมาหากิน ส่วนนักท่องเที่ยวก็สามารถลงไปสัมผัสความเย็นสบายในน้ำใสแห่งนี้ได้เช่นกัน

ถัดขึ้นไปชั้นที่สูงกว่านี้ไม่ค่อยนิยมให้ขึ้นไปมากนัก บางช่วงก็ยังมีการปิดกั้นเขตเอาไว้ เพราะยิ่งสูง เส้นทางยิ่งมีความลาดชันเข้าถึงได้ยาก พื้นดินชื้นจนบางส่วนกลายเป็นดินโคลนที่อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวลื่นไหลเกิดอันตรายขึ้นมาได้ เนื่องด้วยสายน้ำที่ไหลเอื่อยเฉื่อยกันอยู่ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนๆ แหล่งน้ำแห่งนี้ก็ไม่เคยเหือดแห้ง อีกทั้งยังมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาเกือบจะทุกวี่วัน กลายเป็นสายใยสำคัญที่ทำให้ผืนป่าดูสมบูรณ์ ปกคลุมไปด้วยไม้ใหญ่ที่แตกกิ่งก้านสีเขียวของมันจนกว้างใหญ่ ให้ร่มเงาช่วยบังความร้อนจากแสงแดด ราวกับเป็นการพึ่งพาอาศัยและคำขอบคุณกับความเอื้อเฟื้อระหว่างกันและกัน

 

ลมหายใจของป่า

น้ำตกละอูเปรียบเสมือนลมหายใจสำคัญของป่า หากสายน้ำแห่งนี้เหือดแห้งไปก็เท่ากับลมหายใจได้ขาดสิ้น พืชพันธุ์ของที่นี่อุดมสมบูรณ์และเติบโตอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง ก็เพราะสายธารที่เชื่อมต่อกัน เหมือนดั่งการใช้ชีวิตที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ส่งผลให้บริเวณป่ามีสัตว์สายพันธุ์หายากและที่เกือบสูญสสิ้นจากผืนป่าไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น กระทิง เสือดาว ช้างป่า และเลียงผา ใครที่เดินทางมาแล้วได้พบหน้าทักทายกันสักครั้งก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีอยู่ไม่น้อย หากสายพันธุ์เหล่านั้นมีสันดานความเป็นมิตรมากกว่าศัตรู แต่ส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดแบ่งพื้นที่ป่ากับส่วนสำหรับท่องเที่ยวให้เราเอาไว้ ไม่ให้ไปก้าวก่ายระหว่างกันและกัน

บางครั้งเสียงสะท้อนจากเหล่านกบนยอดไม้ก็คอยทักทายมาจากแดนไกล สะท้อนก้องกังวาลมาจากกิ่งก้านไหนก็มิอาจทราบได้ ทว่าเสียงเหล่านี้ก็ราวกับเป็นการสื่อความหมายหรือพยายามบอกเล่าเรื่องราวอะไรบางอย่างผ่านป่าที่ดูเข้มขรึม โสตประสาทที่ได้ยินมันดังอึงอลไปถึงจิตวิญญาณภายใน ลึกล้ำจนยากจะอธิบายถึงประสาทสัมผัสที่มี…ดินแดนที่ร่างกายของเราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เช่นเดียวกัน